• :

parable-of-lost-sheep-718

พระธรรมยอห์น

พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี

10:7-21,

7 พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาอีกว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า เราเป็นประตูของแกะทั้งหลาย

8 ทุกคนที่มาก่อนเรานั้นเป็นขโมยและโจร แต่ฝูงแกะไม่ได้ฟังพวกเขา

9 เราเป็นประตู ถ้าใครเข้าไปทางเรา คนนั้นจะรอด เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร

10 ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์

11 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ

12 คนที่รับจ้างไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงแกะ ฝูงแกะไม่ได้เป็นของเขา เมื่อเห็นสุนัขป่ามาเขาจึงละทิ้งฝูงแกะหนีไป สุนัขป่าก็ไล่กัดกินพวกแกะจนกระจัดกระจาย

13 เขาหนีเพราะเขาเป็นเพียงลูกจ้างและไม่ได้เป็นห่วงแกะเลย

14 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักแกะของเราและแกะของเราก็รู้จักเรา

15 เหมือนอย่างที่พระบิดาทรงรู้จักเราและเรารู้จักพระบิดา และเราสละชีวิตเพื่อฝูงแกะ

16 แกะอื่นที่ไม่ได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะพวกนั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะพวกนั้นจะฟังเสียงของเราแล้วจะรวมเป็นฝูงเดียวและมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว

17 เพราะเหตุนี้พระบิดาจึงทรงรักเรา เพราะเราสละชีวิตของเราเพื่อจะรับชีวิตนั้นคืนมาอีก

18 ไม่มีใครชิงชีวิตไปจากเราได้ แต่เราสละชีวิตตามที่เราตั้งใจเอง เรามีสิทธิอำนาจที่จะสละชีวิตนั้นและมีสิทธิอำนาจที่จะรับคืนมาอีก คำกำชับนี้เราได้รับมาจากพระบิดาของเรา”

19 คำสอนเหล่านี้ทำให้พวกยิวแตกคอกันอีก

20 พวกเขาหลายคนพูดว่า “เขามีผีสิงและเป็นบ้า ไปฟังเขาทำไม?”

21 คนอื่นๆ ก็พูดว่า “คำสอนแบบนี้ไม่ได้เป็นของคนที่มีผีสิง ผีจะทำให้คนตาบอดมองเห็นได้หรือ?”

แน่นอนครับ นี่คือ อรรถาธิบายพระธรรมยอห์น 10:7-21 ซึ่งเป็นตอนที่พระเยซูทรงเปิดเผยพระองค์เองในฐานะ “ประตู” และ “ผู้เลี้ยงที่ดี” พร้อมทั้งความแตกต่างกับพวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์

บริบท (ข้อ 1-6)

ก่อนข้อ 7 พระเยซูทรงใช้คำอุปมาเรื่องคอกแกะ โดยที่พระองค์ทรงเป็น “ประตู” และคนเลี้ยงแกะที่แท้จริงจะเข้ามาทางประตู แต่พวกฟาริสีเปรียบเสมือน “ขโมยและโจร” (หมายถึงพวกธรรมาจารย์และฟาริสีที่ไม่นำคนมาหาพระเจ้า แต่กลับนำคนออกห่าง) แต่พวกเขาไม่เข้าใจ

อรรถาธิบายทีละส่วน

1. พระเยซูทรงเป็น “ประตู” (ข้อ 7-10)

“เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราคือประตูสำหรับแกะ” (ข้อ 7)

· ความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในคอกแกะสมัยนั้นมีประตูเดียวเท่านั้น คนเลี้ยงแกะนอนขวางทางเข้าเป็นประตูให้แกะเข้า-ออกได้อย่างปลอดภัย

· นัยทางเทววิทยา พระเยซูทรงหมายถึง ความรอดและการเข้าถึงพระเจ้ามีทางเดียว คือผ่านทางพระองค์เท่านั้น (เปรียบเทียบกับ ยอห์น 14:6)

· ข้อ 8-9 “บรรดาคนที่มาก่อนหน้าเราเป็นขโมยและโจร” หมายถึงพวกธรรมาจารย์และฟาริสี หรือพวกเมสสิยาห์เทียม ซึ่งไม่ได้นำผู้คนมาหาพระเจ้าแท้ แต่กักขังใจคนไว้กับกฎเกณฑ์ที่ไร้ชีวิต

· ผลของการเข้าทางประตูพระเยซู “จะได้รับการช่วยให้รอด จะเข้าและออก และจะได้อาหาร” (ข้อ 9) → หมายถึงชีวิตอิสรภาพ ความปลอดภัย และการได้รับการดูแลฝ่ายวิญญาณ

“เรามาเพื่อให้เขามีชีวิตและมีชีวิตอย่างบริบูรณ์” (ข้อ 10)

· ตรงข้ามกับขโมย ที่มาเพื่อ “ขโมย ฆ่า และทำลาย”

· ชีวิตบริบูรณ์ ไม่ใช่แค่การมีชีวิตอยู่ แต่หมายถึงชีวิตที่มีคุณค่า สมบูรณ์ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า มีสันติสุข ความยินดี และจุดหมายในพระคริสต์

2. พระเยซูทรงเป็น “ผู้เลี้ยงที่ดี” (ข้อ 11-15)

“เราคือผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นยอมสละชีวิตของตนเพื่อแกะ” (ข้อ 11)

· ลักษณะสำคัญ ความรักที่เสียสละ ต่างจาก “ลูกจ้าง” (ข้อ 12-13) ที่เห็นหมาป่าก็หนี เพราะไม่ใช่เจ้าของแกะแท้

· ลูกจ้างในที่นี้หมายถึงผู้นำศาสนาที่เห็นแก่ตัว หรือผู้สอนเท็จ ที่จะละทิ้งฝูงเมื่อเกิดวิกฤติ

· พระเยซูทรงรู้จักแกะของพระองค์ และแกะก็รู้จักพระองค์ (ข้อ 14-15) → ความสัมพันธ์ใกล้ชิดแบบสนิทสนม คล้ายความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูกับพระบิดา

· “ยอมสละชีวิต” เป็นการพาดพิงถึงการสิ้นพระชนม์บนกางเขนอย่างชัดเจน

3. แกะอื่น (ข้อ 16)

“เรายังมีแกะอื่นซึ่งมิได้อยู่ในคอกนี้ จำเป็นที่จะต้องพาแกะนั้นมาให้อยู่ด้วย”

· “คอกนี้” หมายถึงชนชาติอิสราเอล

· “แกะอื่น” หมายถึงชนต่างชาติ (Gentiles) ที่จะเชื่อในพระคริสต์

· คริสตจักรจะเป็นฝูงเดียว มีผู้เลี้ยงเดี่ยว คือพระเยซูคริสต์ (แสดงถึงเอกภาพในพระกายของพระคริสต์)

4. ความรักและการทรงเรียก (ข้อ 17-18)

“ด้วยเหตุนี้พระบิดาจึงทรงรักเรา เพราะเรายอมสละชีวิตของเราเพื่อจะรับอีก”

· การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูไม่ใช่เหตุการณ์ที่ถูกบังคับ แต่เป็นการยอมจำนนด้วยความรักและการเชื่อฟัง

· “รับอีก” หมายถึงการคืนพระชนม์ พระเยซูทรงมีสิทธิอำนาจในความตายและการเป็นขึ้นมาของพระองค์เอง

“ไม่มีใครแย่งชีวิตของเราไปจากเราได้”

· นี่เป็นการประกาศถึงพระราชอำนาจของพระองค์ แม้จะถูกตรึงกางเขน แต่พระองค์ทรงยอมให้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ เพื่อไถ่บาป

5. ปฏิกิริยาของชาวยิว (ข้อ 19-21)

· คนยิวแตกแยกกัน: บางกลุ่มกล่าวว่า “เขามีผีสิง” แต่บางกลุ่มแย้งว่า “ผีสิงทำให้คนตาบอดมองเห็นได้หรือ?” (พาดพิงถึงการรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดใน ยอห์น 9)

· แสดงให้เห็นว่าแม้พระเยซูตรัสด้วยความชัดเจนและทำการอัศจรรย์ ใจมนุษย์ที่แข็งกระด้างก็ยังเลือกที่จะไม่เชื่อ

สรุปสาระสำคัญ

1. พระเยซูคือทางเดียวสู่ความรอด (ประตู)

2. ความรักของพระองค์เป็นการเสียสละอย่างเต็มที่ (ผู้เลี้ยงที่ดี)

3. ผู้เชื่อมีชีวิตที่ปลอดภัยและบริบูรณ์ ในพระองค์

4. พระเยซูทรงรวมทุกชนชาติเข้าเป็นฝูงเดียวกัน – ไม่จำกัดเฉพาะยิว

5. การสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์เป็นไปด้วยพระราชอำนาจของพระองค์

หากต้องการศึกษาเชิงเทียบกับคำพยากรณ์ในพันธสัญญาเดิม (เช่น เอเสเคียล 34) หรือเทียบกับพระกิตติคุณอื่นๆ ก็สามารถถามเพิ่มได้ครับ

จงเลี้ยงแกะของเรา

พระธรรมยอห์น 21:15

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว พระเยซูตรัสกับ ซีโมนเปโตรว่า ซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย เจ้ารักเรามาก กว่าเหล่านี้หรือ เขาทูลพระองค์ว่า เป็นความจริงพระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์ พระองค์ตรัสสั่งเขาว่า จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด