ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
ความสุขของผู้ที่ได้รับการอภัย
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 7
- :
- Son's of korah Psalm32:

พระธรรมสดุดี 32:1-11
เพลงสดุดี 32:1-11 KJV
[1] บุคคลผู้ซึ่งได้รับอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น [2] บุคคลซึ่งพระเยโฮวาห์มิได้ทรงถือโทษความชั่วช้าก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา [3] เมื่อข้าพระองค์นิ่งเงียบ ร่างกายของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไปโดยการคร่ำครวญวันยังค่ำของข้าพระองค์ [4] พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปอย่างความร้อนในหน้าแล้ง เซลาห์ [5] ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ซ่อนความชั่วช้าของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของข้าพระองค์ต่อพระเยโฮวาห์” แล้วพระองค์ทรงยกโทษความชั่วช้าแห่งความบาปของข้าพระองค์ เซลาห์ [6] เพราะฉะนั้นทุกคนที่ตามทางของพระเจ้าจะอธิษฐานต่อพระองค์ในเวลาที่จะพบพระองค์ได้ ในเวลาน้ำท่วมมาก น้ำจะไม่มาถึงคนนั้น [7] พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสงวนข้าพระองค์ไว้จากความยากลำบาก พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์ไว้ด้วยเพลงฉลองการช่วยให้พ้น เซลาห์ [8] เราจะแนะนำและสอนเจ้าถึงทางที่เจ้าควรจะเดินไป เราจะให้คำปรึกษาแก่เจ้าด้วยจับตาเจ้าอยู่ [9] อย่าเป็นเหมือนม้าหรือล่อที่ปราศจากความเข้าใจ ซึ่งต้องติดเหล็กขวางปากและบังเหียน มิฉะนั้นมันก็จะเข้ามาหาเจ้า [10] อันความทุกข์ของคนชั่วนั้นมีมาก แต่ความเมตตาจะล้อมบุคคลที่วางใจในพระเยโฮวาห์ [11] ข้าแต่คนชอบธรรม จงยินดีในพระเยโฮวาห์ และเปรมปรีดิ์ บรรดาท่านผู้มีใจเที่ยงตรงจงโห่ร้องเถิด
ชนชาตินี้ให้เกียรติเราแต่ปาก แต่ใจของพวกเขาห่างไกลจากเรา
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 9
- :
- ตอนจบอิสยาห์29:

พระธรรมอิสยาห์ 29:9-16
อิสยาห์ 29:9-16 TNCV
[9] จงงงงันและประหลาดใจ ทำเป็นตาบอดมองอะไรไม่เห็น จงเมามายแต่ไม่ใช่เพราะเหล้า โซซัดโซเซแต่ไม่ใช่เพราะเมรัย [10] องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำการหลับใหลมาเหนือเจ้า พระเจ้าทรงปิดตาของเจ้า (คือผู้เผยพระวจนะ) พระองค์ทรงคลุมหัวของเจ้า (คือผู้ทำนาย) [11] นิมิตทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรเลยสำหรับเจ้านอกจากเป็นถ้อยคำที่ถูกปิดผนึกไว้ในหนังสือม้วน และหากเจ้ายื่นหนังสือม้วนให้คนที่อ่านออกและบอกว่า “ช่วยอ่านให้หน่อย” เขาก็จะตอบว่า “อ่านไม่ได้ มันถูกปิดผนึกไว้” [12] หรือหากเจ้ายื่นให้คนที่อ่านไม่ออกและบอกว่า “ช่วยอ่านให้หน่อย” เขาก็จะตอบว่า “อ่านไม่ออก” [13] องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ประชากรเหล่านี้เข้ามาใกล้เราแต่ปาก ปากของพวกเขาพูดยกย่องเรา แต่ใจของพวกเขาห่างไกลจากเรา พวกเขานมัสการเรา ตามกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สอนกันมาเท่านั้น [14] ฉะนั้นเราจะทำให้ประชากรเหล่านี้งงงวยอีกครั้ง ด้วยการอัศจรรย์ซ้อนการอัศจรรย์ สติปัญญาของคนมีปัญญาจะพินาศ ความฉลาดของคนฉลาดจะสูญสิ้น” [15] วิบัติแก่คนเหล่านั้นซึ่งไปยังที่ลึกล้ำ เพื่อซ่อนแผนการของตนไว้จากองค์พระผู้เป็นเจ้า เขาซุ่มทำการของตนในที่มืดและคิดว่า “ใครเล่าจะเห็นเรา? ใครเล่าจะรู้ได้?” [16] เจ้าทำให้สิ่งต่างๆ กลับตาลปัตร ราวกับว่าช่างปั้นเป็นดินเหนียว! ควรหรือที่สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดกับช่างปั้นว่า “ท่านไม่ได้สร้างเรา”? ควรหรือที่หม้อไหจะพูดกับช่างปั้นว่า “ท่านไม่รู้อะไร”?
[17] ในไม่ช้าเลบานอนจะไม่กลับกลายเป็นท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์หรือ? และท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์จะดูเหมือนป่าหรือ? [18] ในวันนั้นคนหูหนวกจะได้ยินถ้อยคำในหนังสือม้วน และคนตาบอดจะมองฝ่าความมัวหม่นและมืดมิด และจะแลเห็น [19] ผู้ถ่อมใจจะชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าอีก คนขัดสนจะเปรมปรีดิ์ในองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล [20] คนอำมหิตจะสูญสิ้นไป คนถากถางจะหายหน้าไป คนที่ตาจดจ้องอยู่ที่ความชั่วจะถูกโค่นลง [21] คือบรรดาผู้ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ผู้วางกับดักไว้เล่นงานผู้ปกป้องความยุติธรรมในศาล และผู้ที่ให้การเท็จทำให้ผู้บริสุทธิ์ไม่ได้รับความยุติธรรม [22] ด้วยเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงไถ่อับราฮัมตรัสเกี่ยวกับวงศ์วานของยาโคบว่า “ยาโคบจะไม่ต้องอับอายอีกต่อไป พวกเขาจะไม่ต้องหน้าซีดหน้าเซียวอีกแล้ว [23] เมื่อพวกเขาเห็นผลงาน ที่เราทำท่ามกลางลูกหลานของพวกเขา พวกเขาจะรักษานามของเราให้บริสุทธิ์ พวกเขาจะยอมรับรู้ความบริสุทธิ์สูงส่งขององค์บริสุทธิ์แห่งยาโคบ และจะยืนสงบด้วยความยำเกรงพระเจ้าแห่งอิสราเอล [24] ผู้ที่ใจโลเลจะเข้าใจ ผู้ที่พร่ำบ่นจะยอมรับคำสอน”
: ภาพรวมของพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 29
บทที่ 29 ของพระธรรมอิสยาห์เป็นส่วนหนึ่งของคำพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานของกองทัพอัสซีเรียและการกบฏของเยรูซาเล็มในช่วงประมาณ 705-701 ปีก่อนคริสตกาล โดยรวมแล้วข้อ 9-24 ในบทนี้เป็นการประณาม ความมัวเมา, ความหน้าซื่อใจคด และการวางแผนอย่างลับๆ ของผู้นำยูดาห์ ควบคู่ไปกับการทรงเรียกของพระเจ้าให้พวกเขากลับใจ
เนื้อหาและอรรถาธิบาย (อิสยาห์ 29:9-16)
1. ความมัวเมาทางวิญญาณ (ข้อ 9-10): การลงโทษที่ช่างน่าพิศวง
ข้อ 9 (THSV11): “จงงงงันและประหลาดใจเถิด จงทำตัวมืดบอดและมองไม่เห็นเถิด เขาเมาแต่ไม่ใช่ด้วยเหล้าองุ่น เขาเซแต่ไม่ใช่ด้วยสุรา”
ข้อ 10: “เพราะพระเยโฮวาห์ได้เทวิญญาณแห่งการหลับสนิทลงบนเจ้า พระองค์ทรงปิดตาของเจ้าไว้ (คือผู้พยากรณ์) และทรงคลุมศีรษะของเจ้าไว้ (คือผู้ทำนาย)”
- ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ประกาศว่าผู้คนถึงกับ “มึนงง” ไปแล้ว ซึ่งถูกบรรยายว่าไม่ใช่ความเมาจากสุรา แต่เป็น “ความมัวเมา” และ “ความมืดบอด” ทางฝ่ายวิญญาณที่เกิดจากการตัดสินใจของพวกเขาเอง
· ยิ่งไปกว่านั้น พระเจ้าทรงอนุญาตหรือ “ทรงเทวิญญาณแห่งการหลับสนิท” ลงบนพวกเขา ซึ่งในมุมมองทางเทววิทยา นี่คือการที่พระเจ้าทรงมอบพวกเขาให้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจรับรู้ข่าวสารของพระองค์ได้ ซึ่งนับเป็นการลงโทษรูปแบบหนึ่ง
2. พระคัมภีร์ที่ถูกปิดผนึก (ข้อ 11-12): การปฏิเสธพระวจนะ
ข้อ 11: “และนิมิตทั้งสิ้นนั้นเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือที่ผนึกไว้ เมื่อเขายื่นให้คนที่อ่านหนังสือได้พูดว่า ‘จงอ่านหนังสือนี้เถิด’ เขาจะตอบว่า ‘ทำไม่ได้ เพราะมันผนึกไว้’”
ข้อ 12: “หรือเมื่อเขายื่นหนังสือให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออก และพูดว่า ‘จงอ่านหนังสือนี้เถิด’ เขาจะตอบว่า ‘ฉันอ่านหนังสือไม่ออก’”
- คำพยากรณ์ถึงพระเจ้าถูกเปรียบเหมือน “หนังสือที่ผนึกไว้” ไม่ว่าคนๆ นั้นจะอ่านออกหรือไม่ออก ต่างก็ปฏิเสธที่จะเข้าใจพระดำรัสของพระเจ้า
· สำหรับคนที่ “อ่านหนังสือออก” (ซึ่งหมายถึงผู้ที่ควรจะเข้าใจได้) 'หนังสือ' ก็ถูก “ผนึก” ไว้เพราะอคติในจิตใจของพวกเขาเอง ซึ่งมันบดบังความเข้าใจ
· ส่วนคนที่พูดว่า “อ่านหนังสือไม่ออก” ก็ใช้ความไม่รู้เป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
· ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของมนุษย์ที่ปฏิเสธการรับรู้ต่อพระเจ้า ซึ่งเกิดจากความดื้อรั้นและการไม่ยอมเชื่อฟัง
3. พิธีกรรมที่หน้าไหว้หลังหลอก (ข้อ 13-14): เฉกเช่นคำตำหนิของพระเยซู
ข้อ 13: “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘เพราะชนชาตินี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา และความยำเกรงที่มีต่อเรานั้นเป็นไปตามคำสั่งสอนของมนุษย์ที่เขาท่องจำมา"
- นี่คือหัวใจของปัญหา: ผู้คนนมัสการพระเจ้าด้วย “พิธีกรรมของมนุษย์” เพียงภายนอก ขณะที่ “ใจของพวกเขาห่างไกล”
· การนมัสการกลายเป็นแค่กิจวัตรและความเคยชินที่สูญเสียชีวิตและจิตวิญญาณที่แท้จริง ซึ่งเป็นการหลอกลวงตัวเอง
· ข้อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของพันธสัญญาใหม่ เนื่องจากพระเยซูทรงยกข้อความนี้มาโดยตรงเพื่อตำหนิพวกฟาริสีและธรรมาจารย์ถึงความหน้าซื่อใจคด ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าพระเจ้าทรงปรารถนาความสัตย์จริงจากภายใน (มัทธิว 15:8-9, มาระโก 7:6-7)
ข้อ 14: “เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราจะทำสิ่งมหัศจรรย์กับชนชาตินี้อีก คือการมหัศจรรย์และการอัศจรรย์ยิ่งนัก สติปัญญาของคนมีปัญญาจะสูญสิ้นไป และความเข้าใจของคนฉลาดจะถูกปิดบังไว้”*
- เพื่อเป็นการตอบสนอง ผู้ทรงอำนาจจะทรงทำ “สิ่งมหัศจรรย์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกลับตาลปัตรที่ภูมิปัญญาของมนุษย์จะไร้ผล
· อัครสาวกเปาโลก็นำข้อนี้มาใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงทำลายสติปัญญา ของคนมีปัญญาและจะทำให้คนฉลาดของคนฉลาด สูญสิ้นไป (1 โครินธ์ 1:19)
· “ภูมิปัญญา” ของยูดาห์ (การวางแผนทางการเมือง การพึ่งพาอียิปต์) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญกับน้ำพระทัยของพระเจ้า
4. การกลับตาลปัตรกับพระผู้สร้าง (ข้อ 15-16): ความโง่เขลาของการซ่อนเร้น
ข้อ 15: “วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ซ่อนแผนการของเขาให้พ้นจากพระเยโฮวาห์ และกระทำกิจการของเขาในที่มืด แล้วพูดว่า ‘ใครเล่าเห็นเรา? และใครเล่ารู้จักเรา?’”
ข้อ 16: “การกลับความคิดของเจ้านั้นช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร! เหมือนกับว่า ‘ผู้ปั้นควรจะนับว่าเท่ากับดินเหนียว’ สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดถึงผู้ที่ปั้นมันได้หรือว่า ‘เขาไม่ได้ปั้นฉัน’ หรือสิ่งที่ถูกปั้นจะพูดถึงผู้ที่ปั้นมันได้หรือว่า ‘เขาไม่มีความเข้าใจ’?”
- ท้ายที่สุด อิสยาห์โจมตีการที่มนุษย์ ‘ซ่อนแผนการ’ จากพระเจ้า ซึ่งเป็นการพยายามแอบอำพรางการละเมิดและการกบฏ
· พวกเขาคิดว่าพระเจ้าไม่ทรงเห็น แต่ที่จริงนี่คือการปฏิเสธธรรมชาติของพระองค์โดยสิ้นเชิง
· ข้อ 16 เปรียบเปรยว่า มนุษย์ก็เหมือน ‘ดินเหนียว’ ที่พยายามโต้แย้ง ‘ผู้ปั้น’ ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความหยิ่งยโสและโง่เขลาที่สุดของมนุษย์ที่พยายามยกตนเองขึ้นมาเหนือสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง
· การคิดว่าตนเองมีปัญญาเหนือพระเจ้า ซึ่งเป็นรากเหง้าของบาปทั้งมวลที่จะต้องถูกกลืนหายไป
บทสรุปและการนำไปใช้
อิสยาห์ 29:9-16 เป็นบทเรียนเตือนใจสำหรับผู้เชื่อทุกยุคสมัยว่า:
1. การนมัสการที่แท้จริงต้องเกิดจากใจ: พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยในพิธีกรรมภายนอกที่ไร้ชีวิต แต่ทอดพระเนตรที่ความมุ่งมั่นตั้งใจและความรักที่จริงใจจากภายใน
2. อันตรายจากการหลงตัวเองและหลอกตัวเอง การเข้าร่วมกิจกรรมของคริสตจักรหรือมีความรู้ทางศาสนาอาจกลายเป็นเครื่องลวงตาได้ เราต้องตรวจสอบตนเองอยู่เสมอว่า ‘ใจ’ ของเราห่างไกลจากพระเจ้าหรือไม่
3. การยอมจำนนต่อพระผู้สร้าง: ท้ายที่สุดแล้ว เราคือ ‘ดินเหนียว’ ไม่ใช่ ‘ผู้ปั้น’ ความภาคภูมิใจในสติปัญญาของมนุษย์จะต้องถูกทำให้อับอายต่อหน้าความยิ่งใหญ่และการกระทำอันน่าอัศจรรย์ของพระองค์
- Layman's Bible Commentary on Isaiah 29
· Matthew Henry's Concise Bible Commentary
· Clarke's Commentary on Isaiah 29
· NET Bible Notes on Isaiah 29:9-16
· DrKerMinistry "ข้อล้ำลึก อิสยาห์ 29"
· SermonCentral "Meaningless Worship" PRO Sermon
พระองค์อัศจรรย์นักในการปรึกษาและวิเศษในเรื่องสติปัญญา
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 8
- :

พระธรรม อิสยาห์ 28 :23-29
23 เงี่ยหูลงซิและฟังเสียงข้าพเจ้า สดับ ซิและฟังคำพูดของข้าพเจ้า 24เ ขาผู้ไถนาเพื่อหว่าน ไถอยู่เสมอหรือ เขาเบิกดินและคราดอยู่เป็นนิตย์หรือ 25เมื่อเขาปราบผิวลงแล้วเขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถวและข้าวบารลีในอันที่เหมาะของมันและหว่านข้าวสแปลต์ไว้เป็นคันแดนหรือ 26เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนเขาถูกต้อง 27 พระเจ้าของเขาได้สอนเขาเขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าวและเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า 28 คนใดบดข้าวที่ทำขนมปังหรือ เปล่าเลยเขาไม่นวดมันเป็นนิตย์ เมื่อเขาขับล้อเกวียนเทียมม้าทับมันแล้ว เขามิได้บดมัน 29 เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธาด้วย พระองค์อัศจรรย์นัก ในการปรึกษา และวืเศษในเรื่องสติปัญญา
ข้อความนี้มาจาก อิสยาห์ 28:23-29 (พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม) ซึ่งเป็นอุปมาที่เปรียบเทียบ วิธีการของพระเจ้าในการทรงสอนและนำทางประชากรของพระองค์ กับการทำเกษตรกรรมของชาวนา
1. บริบท (Context)
อิสยาห์กำลังกล่าวกับผู้ดื่มสุราและเย่อหยิ่งในยูดาห์ (โดยเฉพาะผู้นำ) ที่ไม่ยอมฟังคำเตือนจากพระเจ้า พระองค์ใช้ตัวอย่างชาวนาผู้ชาญฉลาดเพื่อแสดงว่า พระเจ้าทรงมีแผนการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่ใช้กำลังหรือวิธีการเดียวกันเสมอไป
2. การไถ vs การหว่าน (ข้อ 23-25)
· ข้อ 24: ชาวนาไม่ได้ไถพรวนดิน ตลอดเวลา เมื่อไถเสร็จก็ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีการ
· ข้อ 25: พอปรับหน้าดินเรียบแล้ว เขาจะหว่านพืช ต่างชนิดกัน (เทียนแดง, ยี่หร่า, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวสเปลต์) ในแบบที่เหมาะสม
· ความหมายฝ่ายจิตวิญญาณ: การทรงสอนหรือทรงตีสอนของพระเจ้าไม่ได้ยืดเยื้อไม่รู้จบ เมื่อคนกลับใจหรือคราวผ่านไป พระองค์จะเปลี่ยนเป็นฤดูกาลแห่งพระพรและการปลูกสร้างตามแบบแผนที่ต่างกันไปในแต่ละบุคคล (“ข้าวสาลีเป็นแถว” สำหรับบางคน, “ข้าวสเปลต์ไว้เป็นคันแดน” สำหรับอีกบางคน)
3. การนวดข้าวที่แตกต่างกัน (ข้อ 27-28)
นี่คือหัวใจสำคัญ:
· เทียนแดง (เมล็ดเล็ก): ไม่ใช้เลื่อนนวดหนักหรือล้อเกวียนทับ เพราะจะทำให้เมล็ดแตกเสียหาย ใช้แค่ ไม้พลอง ตีเบาๆ
· ยี่หร่า (เมล็ดเล็ก): ใช้ ตะบอง (ไม้กระบอง) ทุบให้ร่วง
· ข้าวสาลี/ขนมปัง (เมล็ดแข็ง): อาจใช้ล้อเกวียนเทียมม้าทับได้โดยไม่บดละเอียดเกินไป แต่ก็ไม่ได้นวดข้าวนั้น เป็นนิตย์ (ข้อ 28)
· ข้อสรุป: พระเจ้าทรงรู้ “จุดอ่อน” และ “ความแข็งแรง” ของแต่ละคน การทดลองหรือการฝึกฝนสำหรับคนหนึ่ง อาจทำลายอีกคนหนึ่ง ถ้าทรงใช้วิธีเดียวกัน
4. แหล่งแห่งปัญญา (ข้อ 29)
ข้อความจบว่า “เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธา... พระองค์อัศจรรย์นักในการปรึกษา และวิเศษในเรื่องสติปัญญา”
· ปัญญาการทำไร่ไถนาที่เหมาะสมแม้กระทั่งของชาวนา ล้วนเป็นของประทานจากพระเจ้า
· ถ้าชาวนาธรรมดารู้จักเลือกวิธีปฏิบัติกับพืชแต่ละชนิดอย่างชาญฉลาด พระเจ้าผู้ทรงประทานปัญญานั้น ย่อมทรงรู้ดียิ่งกว่าว่าจะปฏิบัติกับแต่ละชีวิต ในช่วงเวลา (ฤดูกาล) และ ด้วยเครื่องมือแบบไหน เพื่อให้เกิดผลดีสูงสุด ไม่ใช่ทำลาย
ประยุกต์ใช้ในทางเทววิทยา:
ข้อนี้ใช้ต่อต้านแนวคิดที่ว่าพระเจ้าทรงจัดการทุกอย่างด้วยวิธีเดียวกัน (เช่น ใช้ความยากลำบากแบบกระทันหันกับทุกคน) แต่สอนว่า:
· การทรงสอนมี ฤดูกาล
· พระองค์ทรงใช้ วิธีที่ต่างกัน ตามความเหมาะสมของ “เนื้อดิน” (สภาพจิตวิญญาณของแต่ละคน)
· แม้การนวดข้าวที่ดูรุนแรง ก็มีจุดประสงค์เพื่อ แยกเมล็ดออกจากแกลบ ไม่ใช่ บดขยี้ให้แหลก
· ดังนั้น ผู้ที่กำลังถูก “นวด” ไม่ควรร้องทุกข์ว่าพระเจ้าทรงโหดร้ายเกินไป หรือผู้ที่ถูก “ไถ” ไม่ควรคิดว่าจะต้องถูกไถตลอดไป
โดยสรุป: พระองค์ทรงทำทุกอย่างอย่างเหมาะสม ตามเวลาที่เหมาะสม เพื่อประชากรของพระองค์
บทเรียนสุดท้ายก่อนจบการศึกษา
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 7
- :

พระธรรม อิสยาห์ 28:17
และเราจะทำความยุติธรรมให้เป็นเชือกวัดและความชอบธรรมให้เป็นลูกดิ่งและและลูกเห็บจะกวาดเอาความเท็จอันเป็นที่ลี้ภัยไปเสียและน้ำจะท่วมท้นที่กำบัง
Judgement also wil I lay to the line and righteousness to the plummet. - Isaiah 28:17
World Conditions กฎของโลก
บทวิเคราะห์อิสยาห์ 28:17
เนื้อความพระคัมภีร์
อิสยาห์ 28:17 (ภาษาไทยตามมาตรฐาน)
" และเราจะกระทำความยุติธรรมให้เป็นเชือกวัดและความชอบธรรมให้เป็นลูกดิ่งและลูกเห็บจะกวาดเอาความเท็จอันเป็นที่ลี้ภัยไปเสีย และน้ำจะท่วมท้นที่กำบัง
บริบท (Context)
บริบททางประวัติศาสตร์
อิสยาห์ 28 พูดถึง เอฟราอิม (ราชอาณาจักรเหนือ) และ เยรูซาเล็ม (ราชอาณาจักรใต้) โดยมีฉากหลังคือภัยคุกคามจากอัสซีเรีย ชนชั้นนำของยูดาห์กำลังวางแผนเป็นพันธมิตรกับอียิปต์เพื่อต่อต้านอัสซีเรีย ซึ่งอิสยาห์กล่าวว่ามันคือ “พันธสัญญากับความตาย” (ข้อ 15) พวกเขาคิดว่าการเมืองและการทูตของมนุษย์จะช่วยปกป้องพวกเขาได้ แทนที่จะวางใจในพระเจ้า
บริบททางวรรณกรรม
ข้อ 17 ต่อเนื่องมาจาก ข้อ 16 ซึ่งเป็นพระสัญญาเรื่อง ศิลามุมเอก ที่พระเจ้าทรงวางไว้ในศิโยน:
“ดูเถิด เราวางศิลาไว้ในศิโยน ศิลาที่ถูกทดสอบแล้ว เป็นศิลามุมเอกที่มีค่าที่สุด เป็นรากฐานที่มั่นคง ผู้ที่มีความเชื่อจะไม่หวั่นไหว” (อสย. 28:16)
คำว่า “ศิลา” นี้ ตามความเข้าใจในพันธสัญญาใหม่หมายถึง พระเมสสิยาห์ (พระเยซูคริสต์) และการวางใจในพระองค์คือความรอด
ข้อ 17 จึงเป็น สองด้านของเหรียญเดียวกัน: ด้านหนึ่งคือความรอดสำหรับผู้วางใจในศิลามุมเอก (ข้อ 16) อีกด้านหนึ่งคือการพิพากษาสำหรับผู้ที่ปฏิเสธและพึ่งพาสิ่งอื่น (ข้อ 17)
คำอธิบายศัพท์ (Exegesis)
1. “ความยุติธรรมเป็นแนวดิ่ง และความชอบธรรมเป็นลูกดิ่ง” (Justice the measuring line, righteousness the plumb line)
ภาพเชิงอุปมาอุปไมย มาจากงานก่อสร้าง:
· แนว/สายวัด (measuring line/qav) ใช้ตรวจสอบแนวนอน
·ลูกดิ่ง(plumb line/mishqereth) ใช้ตรวจสอบแนวดิ่ง
ความหมายเชิงลึก:
มีการตีความสองแนวทางหลัก:
แนวทางที่ 1: การก่อร่างสร้างใหม่ (Re-building)
· ลูกดิ่งเป็นเครื่องมือสำหรับ “สร้าง” คริสตจักรขึ้นใหม่โดยอิงตามมาตรฐานของพระเจ้า หลังจากการล่มสลาย - คาลวิน
· พระเจ้าจะทรงวางมาตรฐานแห่งความยุติธรรมและความชอบธรรมอย่างแม่นยำในการบริหารคริสตจักรของพระองค์
แนวทางที่ 2: การกลั่นกรองและพิพากษา (Sifting/Judgment) – ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางกว่า
· ลูกดิ่งถูกใช้ในการ “รื้อถอน” ตึกที่สร้างผิดแนว - Wesley, Poole
· “การวัด” นี้หมายถึงการตัดสินตามกฎอันเที่ยงตรงของพระเจ้าโดยปราศจากความเมตตาสำหรับผู้ที่ปฏิเสธศิลามุมเอก - JFB, Barnes
· “ความยุติธรรม” (mishpat) และ “ความชอบธรรม” (tsedaqah) ที่นี่หมายถึงการพิพากษาที่เข้มงวดและเที่ยงตรง - Keil & Delitzsch
สรุป: พระเจ้าจะทรงใช้มาตรฐานของพระองค์ในการตัดสินอย่างเที่ยงตรง ไม่มีการเหลื่อมล้ำ
2. “ที่พึ่งอันเป็นเท็จ” หรือ “Refuge of lies”
หมายถึงอะไร?
1. พันธมิตรกับอียิปต์: การที่ยูดาห์หันไปพึ่งอียิปต์แทนที่จะพึ่งพระเจ้า
2. ความมั่นใจในตัวเอง: การคิดว่าตนเองรอดพ้นจากภัยพิบัติได้โดยการหลอกลวงตนเองและผู้อื่น (ข้อ 15: “เราได้ทำพันธสัญญากับความตาย…”)
3. การเชื่อในคำโกหก: พวกเขาปฏิเสธคำเตือนของอิสยาห์ (ซาเมเรียถูกอัสซีเรียทำลายใน 722 ปีก่อนค.ศ.) แต่หลอกตัวเองว่าคนอย่างพวกเขาจะไม่เป็นแบบนั้น
Keil & Delitzsch อธิบายว่า “Sheqer” (คำโกหก) และ “Kazab” (ความเท็จ) เป็นการบ่งบอกถึงธรรมชาติทางจริยธรรมของการเป็นพันธมิตรกับอียิปต์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดความไว้วางใจในพระเจ้า
3. “ลูกเห็บจะกวาดล้าง... และน้ำจะท่วม”
ความหมายเชิงอรรถาธิบาย:
· ลูกเห็บ และ น้ำท่วม: เป็นภาพของพระพิโรธและการพิพากษาของพระเจ้า
· การพิพากษาครั้งนี้รุนแรงพอที่จะทำลาย “ที่พึ่ง” และ “ที่ซ่อน” ทั้งหมดที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อหนีพระพักตร์พระเจ้า
การประยุกต์ใช้ในชีวิตคริสเตียน
1. การตรวจสอบชีวิตด้วยลูกดิ่งของพระเจ้า
คริสเตียนได้รับเรียกให้ดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของพระเจ้า (ความยุติธรรม/ความชอบธรรม) ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนลูกดิ่ง ในโลกที่มาตรฐานทางศีลธรรมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พระวจนะของพระเจ้าคือลูกดิ่งของเรา
2. การพึ่งพาแต่พระคริสต์เท่านั้น
“ที่พึ่งอันเป็นเท็จ” ในยุคปัจจุบันอาจเป็น: อาชีพการงาน ฐานะทางการเงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ความดีความชอบของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะถูก “กวาดล้าง” ได้ในวันพิพากษา มีเพียงพระคริสต์ (ศิลามุมเอกแห่งศิโยน) เท่านั้นที่เป็นรากฐานที่มั่นคง
3. ด้านที่ยากแต่จริง: การพิพากษา
สำหรับผู้ที่หัวแข็งและไม่ยอมกลับใจ พระเจ้าทรง “ปรารถนาการพิพากษาสำหรับเขา” ดังที่บาซิลมหาราชกล่าวไว้ว่า เหมือนแพทย์ที่ต้องใช้มีดผ่าเมื่อน้ำมันมะกอก (ความเมตตา) ไม่ได้ผล
Gregory the Theologian อธิบายว่า แม้ว่าพระเจ้าจะทรงปรารถนาความเมตตา แต่การพิพากษานั้นเป็นไปตามสัดส่วนของการละเมิดอย่างยุติธรรม
บทสรุป
อิสยาห์ 28:17 เป็นการประกาศว่าพระเจ้าจะทรงดำเนินการด้วยความเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ (“ลูกดิ่ง”) ต่อทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อทดแทนพระองค์ (“ที่พึ่งอันเป็นเท็จ”)
สำหรับผู้เชื่อ ข้อนี้เป็นเครื่องปลอบใจว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างที่แม่นยำ ซึ่งกำลังสร้างสิ่งที่มั่นคงและเที่ยงธรรม
สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ ข้อนี้คือคำเตือนว่าคำโกหกและความพยายามของมนุษย์ที่จะซ่อนตัวจากพระเจ้าจะไม่สามารถต้านทานน้ำท่วมแห่งพระพิโรธของพระองค์ได้
"และเราจะกระทำความยุติธรรมให้เป็นเชือกวัด และความชอบธรรมให้เป็นลูกดิ่ง และลูกเห็บจะกวาดเอาความเท็จอันเป็นที่ลี้ภัยไปเสีย และน้ำจะท่วมท้นที่กำบัง"
Exegesis อิสยาห์ 28:17 (หลังแก้คำศัพท์)
1. ความหมายของ "ลูกดิ่ง"
ลูกดิ่ง เป็นอุปกรณ์ก่อสร้างที่ใช้ตรวจสอบแนวตั้งฉากกับพื้นโลก — ใช้เชือกผูกกับตุ้มน้ำหนัก (ลูกดิ่ง) แล้วหย่อนลงมา ถ้ากำแพงเบี่ยงเบนจากแนวลูกดิ่งแสดงว่าสร้างผิด
ในเชิงเทววิทยา:
· พระเจ้าจะทรงใช้ ความชอบธรรม ของพระองค์เป็นมาตรวัดที่เที่ยงตรง ไม่เอนเอียง ไม่ลดหย่อน ไม่ผ่อนผัน สำหรับผู้ที่ปฏิเสธศิลามุมเอก
· ต่างจากมาตรฐานของมนุษย์ที่มักจะ "คลาดเคลื่อน" ได้ ลูกดิ่งของพระเจ้าไม่มีทางผิดพลาด
2. การเปรียบเทียบสองมาตรวัด
· เชือกวัด (measuring line/qav) — วัดแนวนอน หมายถึง ความยุติธรรม (mishpat) ในแนวกว้างของสังคม
· ลูกดิ่ง (plumb line/mishqereth) — วัดแนวตั้ง หมายถึง ความชอบธรรม (tsedaqah) ในแนวลึกของการดำเนินชีวิตเฉพาะบุคคล
รวมกันแล้วหมายถึง: พระเจ้าจะทรงตัดสินอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในภาพรวมและรายละเอียด
3. ภาพของ "ลูกเห็บ" และ "น้ำท่วม"
ในพระคัมภีร์อุปมา:
· ลูกเห็บ — มักใช้แทนพระพิโรธจากสวรรค์ (เช่น อพยพ 9:13-35, วิวรณ์ 16:21) เป็นการพิพากษาที่รวดเร็ว ทำลายล้าง
· น้ำท่วม — มักใช้แทนการพิพากษาครั้งใหญ่ที่ไม่มีอะไรต้านทาน (เช่น น้ำท่วมโลกในปฐมกาล)
ความหมาย: "ที่พึ่ง/ที่กำบัง" ที่มนุษย์สร้างขึ้น (พันธมิตรทางการเมือง ความมั่นใจในตนเอง คำโกหกที่หลอกตัวเองว่าปลอดภัย) จะถูกทำลาย ทั้งสองทาง — ทั้งจากเบื้องบน (ลูกเห็บ) และการกลืนกินรอบด้าน (น้ำท่วม)
4. ความหมายทางเทววิทยาสำหรับคริสเตียน
แนวคิด ความหมาย
ลูกดิ่ง พระคริสต์ทรงเป็นมาตรฐานแห่งความชอบธรรมที่สมบูรณ์ ผู้เชื่อถูก "วัด" โดยพระองค์ ความเท็จอันเป็นที่ลี้ภัย ทุกสิ่งที่เราไว้วางใจแทนพระเจ้า เช่น ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง ความสามารถขอตนเอง
ลูกเห็บ + น้ำท่วม การพิพากษาครั้งสุดท้าย — ไม่มีที่ซ่อนใดๆ เหลือสำหรับผู้ที่ปฏิเสธพระเจ้า
5. การประยุกต์ใช้ในชีวิต
1. ตรวจสอบแนวของชีวิตตนเอง — ชีวิตของคุณ "ตรงกับลูกดิ่งของพระเจ้า" หรือไม่? ในเรื่องความซื่อสัตย์ ความบริสุทธิ์ใจ ความรักต่อเพื่อนบ้าน?
2. สำรวจ "ที่ลี้ภัยเท็จ" ประจำใจ — มีอะไรบ้างที่คุณวิ่งหาเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดวิกฤติ ก่อนที่จะหันไปหาพระเจ้า?
3. อย่าหลงเชื่อว่าตนเอง "ซ่อนตัว" ได้ — บางครั้งเราคิดว่า "ไม่มีใครเห็น" หรือ "พระเจ้าไม่ว่าอะไร" แต่อิสยาห์เตือนว่าน้ำจะท่วมท้น แม้แต่ที่กำบังที่ซ่อนเร้นที่สุด
สรุปสั้น:
อิสยาห์ 28:17 สอนว่า พระเจ้าจะไม่ทรงใช้มาตรฐานสองชั้น — พระองค์ทรงเป็น สถาปนิกผู้เที่ยงตรง ที่จะตรวจสอบทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วย ลูกดิ่งแห่งความชอบธรรม ของพระองค์ สิ่งใดที่สร้างบนพื้นฐานของความเท็จจะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่เหลือที่ซ่อนใดๆ อีกต่อไป อาเมน
Page 3 of 10